เครื่องคิดเลขคูปองศูนย์
คำนวณมูลค่าปัจจุบันของพันธบัตรคูปองศูนย์, อัตราผลตอบแทนเมื่อถือจนครบกำหนด (YTM) และตัวชี้วัดการลงทุนที่ครอบคลุม พร้อมสูตรแบบทีละขั้นตอน แผนภูมิเชิงโต้ตอบ และการวิเคราะห์เปรียบเทียบพันธบัตร
ตัวบล็อกโฆษณาของคุณทำให้เราไม่สามารถแสดงโฆษณาได้
MiniWebtool ให้ใช้งานฟรีเพราะมีโฆษณา หากเครื่องมือนี้ช่วยคุณได้ โปรดสนับสนุนเราด้วย Premium (ไม่มีโฆษณา + เร็วขึ้น) หรืออนุญาต MiniWebtool.com แล้วรีโหลดหน้าเว็บ
- หรืออัปเกรดเป็น Premium (ไม่มีโฆษณา)
- อนุญาตโฆษณาสำหรับ MiniWebtool.com แล้วรีโหลด
เกี่ยวกับ เครื่องคิดเลขคูปองศูนย์
ยินดีต้อนรับสู่ เครื่องคิดเลขคูปองศูนย์ เครื่องมือทางการเงินที่ครอบคลุมสำหรับการวิเคราะห์พันธบัตรคูปองศูนย์ คำนวณมูลค่าปัจจุบันของพันธบัตรจากอัตราผลตอบแทน คำนวณอัตราผลตอบแทนจนถึงวันครบกำหนด (YTM) จากราคาตลาด และสำรวจตัวชี้วัดการลงทุนด้วยสูตรแบบทีละขั้นตอนและแผนภูมิการเติบโตแบบโต้ตอบ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนพันธบัตร นักวิเคราะห์ทางการเงิน หรือนักศึกษาที่กำลังเรียนรู้เรื่องตราสารหนี้ เครื่องคิดเลขนี้จะให้การวิเคราะห์ระดับมืออาชีพสำหรับความต้องการในการประเมินมูลค่าพันธบัตรของคุณ
พันธบัตรคูปองศูนย์คืออะไร?
พันธบัตรคูปองศูนย์ (หรือที่เรียกว่าพันธบัตรส่วนลด หรือพันธบัตรส่วนลดสูง) คือตราสารหนี้ที่ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด (คูปอง) แต่จะออกจำหน่ายในราคาที่มีส่วนลดอย่างมากจากมูลค่าหน้าตั๋ว และจ่ายคืนเต็มมูลค่าหน้าตั๋วเมื่อครบกำหนด ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและมูลค่าหน้าตั๋วคือผลตอบแทนรวมของนักลงทุน
สูตรพันธบัตรคูปองศูนย์
สูตรราคาพันธบัตร (มูลค่าปัจจุบัน)
ราคาของพันธบัตรคูปองศูนย์คือมูลค่าปัจจุบันของมูลค่าหน้าตั๋ว โดยคิดลดด้วยอัตราผลตอบแทน:
โดยที่:
- P = ราคาพันธบัตร (มูลค่าปัจจุบัน)
- F = มูลค่าหน้าตั๋ว (ราคาพาร์) ที่ได้รับเมื่อครบกำหนด
- r = อัตราผลตอบแทนต่อปี (เป็นทศนิยม)
- n = จำนวนงวดการทบต้นต่อปี
- t = ระยะเวลาจนครบกำหนด (ปี)
- e = ค่าคงที่ของออยเลอร์ (ประมาณ 2.71828)
สูตรอัตราผลตอบแทนจนถึงวันครบกำหนด (YTM)
YTM คือผลตอบแทนต่อปีที่นักลงทุนได้รับจากการถือพันธบัตรจนครบกำหนด:
วิธีใช้งานเครื่องคิดเลขนี้
- เลือกประเภทการคำนวณ: เลือก "คำนวณราคาพันธบัตร" เพื่อหาค่าปัจจุบันจากผลตอบแทน หรือ "คำนวณ YTM" เพื่อหาผลตอบแทนจากราคาตลาด
- ป้อนค่าพารามิเตอร์: ใส่ข้อมูลมูลค่าหน้าตั๋ว, อัตราผลตอบแทน (สำหรับการคำนวณราคา) หรือราคาปัจจุบัน (สำหรับการคำนวณ YTM) และจำนวนปีจนครบกำหนด
- เลือกความถี่ในการทบต้น: เลือกการทบต้นรายปี, รายครึ่งปี, รายไตรมาส, รายเดือน, รายวัน หรือแบบต่อเนื่อง พันธบัตรสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ใช้รายครึ่งปี
- คำนวณและวิเคราะห์: คลิกคำนวณเพื่อดูผลลัพธ์ รวมถึงมูลค่าหลัก, ตัวชี้วัดส่วนลด, ผลตอบแทนรวม, ผลตอบแทนที่แท้จริง และระดับการลงทุน
- ตรวจสอบแผนภูมิการเติบโต: แผนภูมิแบบโต้ตอบจะแสดงว่ามูลค่าพันธบัตรเพิ่มขึ้นจากราคาซื้อเป็นมูลค่าหน้าตั๋วอย่างไรตลอดระยะเวลาการลงทุน
ทำความเข้าใจความถี่ในการทบต้น
ความถี่ในการทบต้นส่งผลต่อการคำนวณราคาพันธบัตรและผลตอบแทน:
| การทบต้น | จำนวนงวด/ปี | การใช้งานทั่วไป | ผลต่อราคา |
|---|---|---|---|
| รายปี | 1 | พันธบัตรเอกชนบางประเภท | ราคาสูงสุดสำหรับผลตอบแทนที่กำหนด |
| รายครึ่งปี | 2 | พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และพันธบัตรเอกชนส่วนใหญ่ | เกณฑ์มาตรฐานมาตรฐาน |
| รายไตรมาส | 4 | ตราสารธนาคารบางประเภท | ราคาต่ำลงเล็กน้อย |
| รายเดือน | 12 | หลักทรัพย์ที่มีจำนองค้ำประกัน | ราคาต่ำลง |
| รายวัน | 365 | ตราสารตลาดเงิน | ราคาต่ำลงไปอีก |
| ต่อเนื่อง | ∞ | เชิงทฤษฎี/วิชาการ | ราคาต่ำสุดสำหรับผลตอบแทนที่กำหนด |
ข้อควรพิจารณาในการลงทุน
ข้อดีของพันธบัตรคูปองศูนย์
- มูลค่าในอนาคตที่คาดการณ์ได้: ทราบจำนวนเงินที่จะได้รับเมื่อครบกำหนดอย่างแน่นอน เหมาะสำหรับการลงทุนเพื่อเป้าหมายเฉพาะ
- ไม่มีความเสี่ยงจากการนำเงินไปลงทุนต่อ: ต่างจากพันธบัตรที่จ่ายคูปอง เพราะไม่มีเงินได้ระหว่างงวดที่ต้องนำไปลงทุนใหม่ในอัตราที่อาจต่ำลง
- ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นต่ำ: ราคาที่มีส่วนลดสูงช่วยให้สามารถซื้อมูลค่าหน้าตั๋วได้มากขึ้นด้วยเงินทุนที่เท่ากัน
- การประเมินมูลค่าง่าย: คำนวณและทำความเข้าใจได้ง่ายกว่าพันธบัตรที่มีการจ่ายคูปอง
- มีประสิทธิภาพในการทำ Asset-Liability Matching: Duration เท่ากับอายุคงเหลือ ทำให้ง่ายต่อการจับคู่สินทรัพย์และหนี้สิน
ความเสี่ยงและข้อควรพิจารณา
- ความไวต่ออัตราดอกเบี้ย: Duration ที่สูงหมายถึงความผันผวนของราคาที่รุนแรงเมื่ออัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลง
- ภาษีจากรายได้ที่ยังไม่ได้รับ (Phantom Income): ดอกเบี้ยค้างรับอาจต้องเสียภาษีรายปีแม้ว่าจะยังไม่ได้รับเงินสดจริง (ยกเว้นในบัญชีที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี)
- ไม่มีรายได้ระหว่างงวด: ไม่มีกระแสเงินสดจนกว่าจะครบกำหนด ไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่เน้นรายได้สม่ำเสมอ
- ความเสี่ยงด้านเครดิต: ระยะเวลาที่นานหมายถึงการเผชิญกับความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสารที่ยาวนานขึ้น
- ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ: มูลค่าเมื่อครบกำหนดที่คงที่อาจสูญเสียอำนาจซื้อเมื่อเวลาผ่านไป
การใช้งานทั่วไป
การออมเพื่อการศึกษา
ผู้ปกครองสามารถซื้อพันธบัตรคูปองศูนย์ที่ครบกำหนดเมื่อบุตรหลานเข้าสู่วัยมหาวิทยาลัย ตัวอย่างเช่น การซื้อพันธบัตรอายุ 15 ปีเมื่อลูกอายุ 3 ขวบ เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีเงินพร้อมใช้เมื่อลูกอายุ 18 ปี
การวางแผนเกษียณอายุ
ในบัญชีที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี พันธบัตรคูปองศูนย์จะให้มูลค่าในอนาคตที่คาดการณ์ได้โดยไม่มีปัญหาเรื่องภาษี Phantom Income เหมาะสำหรับการสร้างลำดับรายได้เพื่อการเกษียณ
การจับคู่หนี้สิน (Liability Matching)
กองทุนบำเหน็จบำนาญและบริษัทประกันภัยใช้พันธบัตรคูปองศูนย์เพื่อจับคู่หนี้สินในอนาคตกับวันที่ต้องชำระเงินที่ทราบแน่นอน ช่วยขจัดความเสี่ยงจากการนำเงินไปลงทุนต่อ
การเก็งกำไรในอัตราดอกเบี้ย
เทรดเดอร์ที่คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะลดลงสามารถทำกำไรจาก Duration ที่สูงของพันธบัตรคูปองศูนย์ ซึ่งราคาจะปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าพันธบัตรที่จ่ายคูปองเมื่อดอกเบี้ยลดลง
คำถามที่พบบ่อย
พันธบัตรคูปองศูนย์คืออะไร?
พันธบัตรคูปองศูนย์คือตราสารหนี้ที่ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด (คูปอง) แต่จะออกจำหน่ายในราคาที่มีส่วนลดสูงจากมูลค่าหน้าตั๋ว และจ่ายคืนเต็มมูลค่าหน้าตั๋วเมื่อครบกำหนด ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและมูลค่าหน้าตั๋วคือผลตอบแทนของนักลงทุน หรือที่เรียกว่าพันธบัตรส่วนลด
คำนวณราคาพันธบัตรคูปองศูนย์อย่างไร?
ราคาพันธบัตรคูปองศูนย์คำนวณโดยใช้สูตรมูลค่าปัจจุบัน: P = F / (1 + r/n)^(n×t) โดยที่ F คือมูลค่าหน้าตั๋ว, r คืออัตราผลตอบแทนต่อปี, n คือความถี่ในการทบต้น และ t คือจำนวนปีจนถึงวันครบกำหนด สำหรับการทบต้นแบบต่อเนื่อง: P = F × e^(-rt) สิ่งนี้จะคิดลดมูลค่าหน้าตั๋วในอนาคตกลับมาเป็นมูลค่าปัจจุบัน
อัตราผลตอบแทนจนถึงวันครบกำหนด (YTM) สำหรับพันธบัตรคูปองศูนย์คืออะไร?
YTM สำหรับพันธบัตรคูปองศูนย์คือผลตอบแทนต่อปีที่นักลงทุนจะได้รับหากถือพันธบัตรไว้จนครบกำหนด คำนวณได้จาก: YTM = n × [(F/P)^(1/(n×t)) - 1] โดยที่ F คือมูลค่าหน้าตั๋ว, P คือราคาปัจจุบัน, n คือความถี่ในการทบต้น และ t คือจำนวนปีจนถึงวันครบกำหนด สำหรับการทบต้นแบบต่อเนื่อง: YTM = -ln(P/F)/t
ปัจจัยใดที่มีผลต่อราคาพันธบัตรคูปองศูนย์?
ราคาพันธบัตรคูปองศูนย์ได้รับผลกระทบจาก: (1) อัตราดอกเบี้ย - ราคาจะลดลงเมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้นและในทางกลับกัน, (2) เวลาจนถึงวันครบกำหนด - ยิ่งนานยิ่งมีความไวต่อดอกเบี้ยสูง, (3) คุณภาพเครดิต - อันดับความน่าเชื่อถือที่ต่ำลงต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นทำให้ราคาต่ำลง, (4) การคาดการณ์เงินเฟ้อ
Duration ของพันธบัตรคูปองศูนย์คืออะไร?
สำหรับพันธบัตรคูปองศูนย์ ค่า Macaulay duration จะเท่ากับระยะเวลาจนถึงวันครบกำหนดพอดี สิ่งนี้ทำให้พันธบัตรคูปองศูนย์มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยมากกว่าพันธบัตรที่จ่ายคูปอง พันธบัตรคูปองศูนย์อายุ 10 ปีมี Duration 10 ปี หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย 1% จะทำให้ราคาเปลี่ยนไปประมาณ 10%
ทำไมนักลงทุนถึงซื้อพันธบัตรคูปองศูนย์?
นักลงทุนซื้อเพื่อ: (1) มูลค่าในอนาคตที่คาดการณ์ได้ - เหมาะสำหรับการออมเพื่อเป้าหมายเฉพาะ, (2) ไม่มีความเสี่ยงจากการนำเงินไปลงทุนต่อ - ไม่มีคูปองที่ต้องนำไปลงทุนใหม่ในอัตราที่อาจต่ำกว่า, (3) เงินลงทุนเริ่มต้นต่ำ - ส่วนลดสูงช่วยให้ซื้อมูลค่าหน้าตั๋วได้มากขึ้น, (4) บัญชีที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี - เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี Phantom Income
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
อ้างอิงเนื้อหา หน้าหรือเครื่องมือนี้ว่า:
"เครื่องคิดเลขคูปองศูนย์" ที่ https://MiniWebtool.com/th/เครองคดเลขคปองศนย/ จาก MiniWebtool, https://MiniWebtool.com/
โดยทีมงาน miniwebtool อัปเดตเมื่อ: 30 ม.ค. 2026