เครื่องคิดเลข EMI
คำนวณ EMI (ยอดผ่อนชำระรายเดือน) สำหรับสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และสินเชื่อส่วนบุคคล พร้อมตารางการชำระคืนโดยละเอียด ข้อมูลแยกส่วนดอกเบี้ย และแผนภูมิการชำระเงิน
ตัวบล็อกโฆษณาของคุณทำให้เราไม่สามารถแสดงโฆษณาได้
MiniWebtool ให้ใช้งานฟรีเพราะมีโฆษณา หากเครื่องมือนี้ช่วยคุณได้ โปรดสนับสนุนเราด้วย Premium (ไม่มีโฆษณา + เร็วขึ้น) หรืออนุญาต MiniWebtool.com แล้วรีโหลดหน้าเว็บ
- หรืออัปเกรดเป็น Premium (ไม่มีโฆษณา)
- อนุญาตโฆษณาสำหรับ MiniWebtool.com แล้วรีโหลด
เกี่ยวกับ เครื่องคิดเลข EMI
ยินดีต้อนรับสู่ เครื่องคิดเลข EMI เครื่องมือวางแผนเงินกู้ที่ครอบคลุม ซึ่งจะคำนวณเงินผ่อนชำระรายเดือนเท่ากันทุกงวด (Equated Monthly Installment) พร้อมตารางการชำระหนี้โดยละเอียด การแยกย่อยการชำระเงินด้วยภาพ และการวิเคราะห์แบบรายปี ไม่ว่าคุณจะวางแผนกู้ซื้อบ้าน กู้ซื้อรถ หรือกู้ส่วนบุคคล เครื่องคิดเลขนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจอย่างชัดเจนว่าคุณต้องจ่ายเท่าไหร่ในแต่ละเดือนและตลอดอายุสัญญาเงินกู้
EMI (Equated Monthly Installment) คืออะไร?
EMI (Equated Monthly Installment) คือยอดชำระคงที่ที่ผู้กู้จ่ายให้แก่ผู้ให้กู้ตามวันที่กำหนดในแต่ละเดือน EMI ใช้เพื่อชำระคืนทั้งดอกเบี้ยและเงินต้นในแต่ละเดือน เพื่อให้เงินกู้ถูกชำระจนครบถ้วนภายในจำนวนปีที่กำหนด เช่น ในกรณีสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือสินเชื่อรถยนต์ ผู้กู้จะชำระเงินงวดที่คงที่เป็นระยะเวลาหลายปีเพื่อปิดยอดหนี้
ลักษณะสำคัญของ EMI คือจำนวนยอดชำระจะคงที่ตลอดระยะเวลาเงินกู้ ทำให้ผู้กู้วางแผนงบประมาณรายเดือนได้ง่าย อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบของยอดชำระ EMI แต่ละงวดจะเปลี่ยนไปตามเวลา โดยงวดแรกๆ จะเน้นจ่ายดอกเบี้ยเป็นหลัก ในขณะที่งวดหลังๆ จะเน้นที่การชำระคืนเงินต้น
สูตรการคำนวณ EMI
โดยที่:
- P = จำนวนเงินกู้หรือเงินต้น (จำนวนเงินเดิมที่กู้มา)
- r = อัตราดอกเบี้ยรายเดือน (อัตราดอกเบี้ยต่อปี / 12 / 100)
- n = จำนวนงวดชำระรายเดือนทั้งหมด (ระยะเวลาเป็นเดือน)
ตัวอย่าง: สำหรับเงินกู้ 250,000 ดอลลาร์ อัตราดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี เป็นเวลา 20 ปี: P = 250,000, r = 7.5 / 12 / 100 = 0.00625, n = 20 x 12 = 240 เดือน จะได้ EMI = 2,014.08 ดอลลาร์ต่อเดือน
วิธีใช้เครื่องคิดเลข EMI นี้
- ระบุจำนวนเงินกู้: กรอกจำนวนเงินต้นทั้งหมดที่คุณต้องการกู้ หรือใช้ปุ่มตั้งค่าล่วงหน้าสำหรับสถานการณ์ทั่วไป เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ หรือสินเชื่อส่วนบุคคล
- ตั้งค่าอัตราดอกเบี้ย: กรอกอัตราดอกเบี้ยต่อปีที่ผู้ให้กู้เสนอ นี่คืออัตราเปอร์เซ็นต์รายปีที่เรียกเก็บจากยอดค้างชำระของคุณ
- เลือกระยะเวลาเงินกู้: เลือกระยะเวลาการชำระคืนเป็นปีหรือเดือน ระยะเวลาที่นานขึ้นจะทำให้ EMI ต่ำลงแต่ดอกเบี้ยรวมจะสูงขึ้น
- เลือกสกุลเงิน: เลือกสัญลักษณ์สกุลเงินที่เหมาะสมสำหรับภูมิภาคของคุณ
- คำนวณและวิเคราะห์: คลิก "คำนวณ EMI" เพื่อดูยอดชำระรายเดือน, ดอกเบี้ยรวม, แผนภูมิแยกย่อยการชำระเงิน และตารางการชำระหนี้โดยละเอียด
ทำความเข้าใจผลลัพธ์ของคุณ
คำอธิบายตัวชี้วัดสำคัญ
- EMI รายเดือน: ยอดชำระคงที่ที่คุณต้องจ่ายทุกเดือนตลอดระยะเวลากู้
- จำนวนเงินต้น: จำนวนเงินกู้เดิมที่กู้มา ไม่รวมดอกเบี้ย
- ดอกเบี้ยรวม: ดอกเบี้ยสะสมทั้งหมดที่จ่ายตลอดระยะเวลาเงินกู้
- ยอดชำระรวม: เงินต้นรวมกับดอกเบี้ยทั้งหมด - คือจำนวนเงินจริงที่คุณจ่ายคืน
ตารางการชำระหนี้ (Amortization Schedule) คืออะไร?
ตารางการชำระหนี้ คือตารางแสดงรายการการชำระเงินกู้แต่ละงวด โดยระบุจำนวนเงินต้นและดอกเบี้ยที่ประกอบกันเป็นยอดชำระแต่ละครั้งจนกว่าจะปิดบัญชี ในช่วงแรกๆ ยอดชำระส่วนใหญ่จะเป็นดอกเบี้ย แต่เมื่อใกล้สิ้นสุดสัญญา ยอดส่วนใหญ่จะเป็นการชำระเงินต้น ตารางนี้ช่วยให้คุณเข้าใจ:
- ยอดเงินกู้คงเหลือที่ลดลงตามกาลเวลา
- สัดส่วนดอกเบี้ยเทียบกับเงินต้นในแต่ละงวด
- โอกาสในการประหยัดจากการชำระคืนก่อนกำหนดหรือการจ่ายเพิ่ม
- เมื่อใดที่คุณจะบรรลุเป้าหมายการปลดหนี้ในแต่ละระดับ
ปัจจัยที่มีผลต่อ EMI
1. จำนวนเงินต้น
ยอดเงินกู้ที่สูงขึ้นย่อมส่งผลให้ EMI สูงขึ้น ผู้กู้ควรประเมินความต้องการอย่างรอบคอบและหลีกเลี่ยงการกู้เกินความจำเป็น เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเงินต้นเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบต่อดอกเบี้ยรวมอย่างมากในระยะยาว
2. อัตราดอกเบี้ย
อัตราดอกเบี้ยมีผลอย่างมากต่อ EMI และต้นทุนรวม แม้แต่ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยของดอกเบี้ยก็สามารถช่วยประหยัดเงินได้มหาศาลตลอดอายุสัญญา ควรเปรียบเทียบอัตราจากผู้ให้กู้หลายรายและพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น อัตราดอกเบี้ยคงที่เทียบกับอัตราลอยตัว
3. ระยะเวลาเงินกู้
ระยะเวลาที่นานขึ้นจะช่วยลดภาระ EMI รายเดือนแต่จะเพิ่มดอกเบี้ยรวมที่ต้องจ่ายอย่างมาก ระยะเวลาที่สั้นกว่าหมายถึงยอดจ่ายต่อเดือนที่สูงขึ้นแต่ประหยัดดอกเบี้ยได้มาก ตารางด้านล่างแสดงให้เห็นถึงข้อดีข้อเสียนี้:
| ระยะเวลา | EMI รายเดือน | ดอกเบี้ยรวม | ยอดชำระรวม |
|---|---|---|---|
| 15 ปี | สูงกว่า | ต่ำกว่า | ต่ำกว่า |
| 20 ปี | ปานกลาง | ปานกลาง | ปานกลาง |
| 30 ปี | ต่ำกว่า | สูงกว่า | สูงกว่า |
ประเภทของสินเชื่อและ EMI
สินเชื่อบ้าน
โดยทั่วไปจะมีระยะเวลานาน (15-30 ปี) และอัตราดอกเบี้ยต่ำ มักเป็นเงินกู้ที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น การเพิ่มขึ้นของมูลค่าทรัพย์สิน สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากดอกเบี้ย และทางเลือกการชำระคืนก่อนกำหนด
สินเชื่อรถยนต์
มักมีระยะเวลาสั้นกว่า (3-7 ปี) และอัตราดอกเบี้ยปานกลาง เนื่องจากมูลค่ารถยนต์ลดลงเร็ว จึงแนะนำให้เลือกระยะเวลาสั้นๆ และหลีกเลี่ยงการกู้เกินความจำเป็น
สินเชื่อส่วนบุคคล
เป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าและระยะเวลาสั้นกว่า เหมาะสำหรับกรณีฉุกเฉินหรือค่าใช้จ่ายขนาดเล็ก แต่ควรใช้อย่างระมัดระวังเนื่องจากมีต้นทุนที่สูง
เคล็ดลับการจัดการ EMI ของคุณ
- วางงบประมาณอย่างรอบคอบ: ยอด EMI รวมทั้งหมดไม่ควรเกิน 40-50% ของรายได้ต่อเดือนเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน
- พิจารณาการชำระเพิ่ม: การจ่ายเงินเพิ่มเข้าเงินต้นสามารถลดดอกเบี้ยรวมและระยะเวลาเงินกู้ได้อย่างมาก
- เตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน: ควรมีเงินสำรองสำหรับจ่าย EMI ประมาณ 3-6 งวดเผื่อกรณีฉุกเฉินก่อนขอสินเชื่อ
- ทบทวนอย่างสม่ำเสมอ: ติดตามการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและพิจารณาการรีไฟแนนซ์หากอัตราดอกเบี้ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- หลีกเลี่ยงการกู้หลายทาง: การมีหนี้หลายทางพร้อมกันอาจทำให้การเงินตึงตัวและส่งผลต่อคะแนนเครดิตของคุณ
คำถามที่พบบ่อย
EMI (Equated Monthly Installment) คืออะไร?
EMI ย่อมาจาก Equated Monthly Installment ซึ่งคือยอดชำระคงที่ที่ผู้กู้จ่ายให้แก่ผู้ให้กู้ในวันที่กำหนดของทุกเดือน EMI ใช้เพื่อชำระทั้งดอกเบี้ยและเงินต้นในแต่ละเดือน เพื่อให้เงินกู้ถูกชำระจนครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด ยอด EMI จะคงที่ตลอดระยะเวลากู้ ทำให้วางแผนงบประมาณรายเดือนได้ง่ายขึ้น
คำนวณ EMI อย่างไร?
คำนวณ EMI โดยใช้สูตร: EMI = P x r x (1+r)^n / ((1+r)^n - 1) โดยที่ P คือจำนวนเงินต้น, r คืออัตราดอกเบี้ยรายเดือน (อัตราต่อปีหารด้วย 12 แล้วหารด้วย 100) และ n คือจำนวนงวดชำระรายเดือนทั้งหมด สูตรนี้ช่วยให้ยอดชำระในแต่ละเดือนเท่ากันในขณะที่สัดส่วนจะค่อยๆ เปลี่ยนจากการจ่ายดอกเบี้ยเป็นหลักไปเป็นการจ่ายเงินต้นเป็นหลัก
ปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่อ EMI?
ปัจจัยหลัก 3 ประการคือ: (1) จำนวนเงินต้น - ยอดกู้ที่สูงขึ้นทำให้ EMI สูงขึ้น; (2) อัตราดอกเบี้ย - อัตราที่สูงขึ้นจะเพิ่ม EMI อย่างมากในระยะยาว; (3) ระยะเวลาเงินกู้ - ระยะเวลาที่นานขึ้นจะช่วยลด EMI รายเดือนแต่จะเพิ่มดอกเบี้ยรวมที่ต้องจ่าย
ตารางการชำระหนี้คืออะไร?
ตารางการชำระหนี้คือตารางรายละเอียดการจ่ายเงินกู้ในแต่ละงวด แสดงจำนวนเงินต้นและดอกเบี้ยที่จ่ายในแต่ละครั้งจนกว่าหนี้จะหมด ในช่วงแรกยอดจ่ายส่วนใหญ่จะเป็นดอกเบี้ย ส่วนงวดหลังๆ จะเป็นเงินต้น ตารางนี้ช่วยให้ผู้กู้เข้าใจสถานะหนี้และวางแผนการชำระคืนล่วงหน้าได้
ควรเลือกระยะเวลากู้นานหรือสั้นดี?
ขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ของคุณ ระยะเวลาที่สั้นกว่าหมายถึง EMI ที่สูงกว่าแต่ประหยัดดอกเบี้ยได้มาก ระยะเวลาที่นานกว่าช่วยให้จ่ายรายเดือนได้สบายกว่าแต่ต้องเสียดอกเบี้ยรวมมากกว่า พิจารณางบประมาณรายเดือนและความมั่นคงทางการเงินของคุณเป็นหลัก
แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
อ้างอิงเนื้อหา หน้าหรือเครื่องมือนี้ว่า:
"เครื่องคิดเลข EMI" ที่ https://MiniWebtool.com/th/เครองคดเลข-emi/ จาก MiniWebtool, https://MiniWebtool.com/
โดยทีมงาน miniwebtool อัปเดตเมื่อ: 17 ม.ค. 2026
เครื่องมืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง:
เครื่องคำนวณเงินกู้:
- เครื่องคิดเลขตัดจำหน่าย
- เครื่องคำนวณสินเชื่อรถยนต์
- เครื่องคำนวณการชำระเงินสินเชื่ออัตโนมัติ
- เครื่องคิดเลข EMI
- เครื่องคำนวณการชำระเงินกู้
- เครื่องคำนวณสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบชำระเงินรายเดือน
- เครื่องคำนวณสินเชื่อที่อยู่อาศัย
- เครื่องคำนวณเปรียบเทียบสินเชื่อที่อยู่อาศัย
- เครื่องคำนวณรีไฟแนนซ์จำนอง ใหม่
- เครื่องคิดเลขการชำระหนี้เงินกู้การศึกษา ใหม่