เครื่องคำนวณสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบชำระเงินรายเดือน
คำนวณเงินผ่อนชำระรายเดือนสำหรับสินเชื่อบ้านของคุณ พร้อมตารางการผ่อนชำระฉบับเต็ม การวิเคราะห์สัดส่วนเงินต้นและดอกเบี้ย แผนภูมิประกอบ และการวิเคราะห์การชำระเงินแบบรายปี
Embed เครื่องคำนวณสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบชำระเงินรายเดือน Widget
ตัวบล็อกโฆษณาของคุณทำให้เราไม่สามารถแสดงโฆษณาได้
MiniWebtool ให้ใช้งานฟรีเพราะมีโฆษณา หากเครื่องมือนี้ช่วยคุณได้ โปรดสนับสนุนเราด้วย Premium (ไม่มีโฆษณา + เร็วขึ้น) หรืออนุญาต MiniWebtool.com แล้วรีโหลดหน้าเว็บ
- หรืออัปเกรดเป็น Premium (ไม่มีโฆษณา)
- อนุญาตโฆษณาสำหรับ MiniWebtool.com แล้วรีโหลด
เกี่ยวกับ เครื่องคำนวณสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบชำระเงินรายเดือน
เครื่องคำนวณสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบชำระเงินรายเดือน ช่วยคุณคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้านพร้อมรายละเอียดต้นทุนที่ครบถ้วน แผนภูมิภาพ และตารางการตัดจำหน่ายเต็มรูปแบบ เพียงระบุราคาบ้าน เงินดาวน์ อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาเงินกู้ เพื่อดูว่าคุณต้องจ่ายเท่าไหร่ในแต่ละเดือนและตลอดอายุเงินกู้ คุณสามารถเลือกใส่ภาษีอสังหาริมทรัพย์และประกันภัยบ้านเพื่อดูการประมาณการยอดรวม PITI (เงินต้น, ดอกเบี้ย, ภาษี, ประกันภัย) ที่สมบูรณ์ได้
สูตรการคำนวณยอดผ่อนชำระ
ยอดผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยรายเดือนคำนวณโดยใช้สูตรการตัดจำหน่ายสินเชื่อที่อยู่อาศัยอัตราดอกเบี้ยคงที่มาตรฐาน:
โดยที่:
- M = ยอดผ่อนชำระรายเดือน (เงินต้นและดอกเบี้ย)
- P = ยอดเงินกู้ (ราคาบ้านหักด้วยเงินดาวน์)
- r = อัตราดอกเบี้ยรายเดือน (อัตราต่อปี ÷ 12 ÷ 100)
- n = จำนวนงวดการชำระเงินทั้งหมด (ระยะเวลาเป็นปี × 12)
ทำความเข้าใจยอดผ่อนชำระของคุณ
ยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้านโดยปกติประกอบด้วยสี่ส่วนหลักที่เรียกว่า PITI:
- เงินต้น (Principal) — ส่วนที่ใช้ลดมียอดเงินกู้คงค้างของคุณ
- ดอกเบี้ย (Interest) — ต้นทุนของการกู้ยืม คำนวณจากยอดเงินคงเหลือ
- ภาษี (Taxes) — ภาษีอสังหาริมทรัพย์รายปี โดยปกติจะแบ่งจ่ายรายเดือนเข้าบัญชีเอสโครว์
- ประกันภัย (Insurance) — เบี้ยประกันภัยเจ้าของบ้าน ซึ่งมักจะเรียกเก็บรายเดือนเช่นกัน
วิธีใช้งานเครื่องคำนวณนี้
- ระบุราคาบ้าน: ใส่ราคาทั้งหมดของบ้าน หรือยอดเงินกู้ทั้งหมดหากไม่มีเงินดาวน์
- ระบุเงินดาวน์: ใส่จำนวนเงินดาวน์ที่คุณวางแผนไว้ (ไม่บังคับ) เครื่องคำนวณจะคำนวณยอดเงินกู้ให้โดยอัตโนมัติ
- ตั้งค่าอัตราดอกเบี้ย: ใส่อัตราดอกเบี้ยรายปีที่ได้รับเสนอจากผู้ให้กู้
- เลือกระยะเวลาเงินกู้: เลือกระยะเวลาของสินเชื่อ โดยทั่วไปคือ 15 ปี หรือ 30 ปี
- เพิ่มภาษีและประกันภัย: เลือกใส่ภาษีอสังหาริมทรัพย์และประกันภัยบ้านรายปีเพื่อให้เห็นรายละเอียด PITI ทั้งหมด
- ตรวจสอบผลลัพธ์: ตรวจสอบยอดผ่อนรายเดือน ต้นทุนรวม แผนภูมิภาพ และตารางการตัดจำหน่าย
สินเชื่อ 15 ปี เทียบกับ 30 ปี
การเลือกระหว่างสินเชื่อ 15 ปี และ 30 ปี เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ซื้อบ้าน:
| ปัจจัย | สินเชื่อ 15 ปี | สินเชื่อ 30 ปี |
|---|---|---|
| ยอดผ่อนชำระรายเดือน | สูงกว่า (ประมาณ 40-50%) | ต่ำกว่า |
| ดอกเบี้ยรวมที่จ่าย | น้อยกว่าอย่างมาก (มักจะน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง) | มากกว่ามากตลอดอายุสัญญา |
| อัตราดอกเบี้ย | ปกติจะต่ำกว่า 0.5-1% | สูงกว่าเล็กน้อย |
| การสร้างกรรมสิทธิ์ (Equity) | สะสมกรรมสิทธิ์ได้เร็วกว่า | สะสมกรรมสิทธิ์ได้ช้ากว่า |
| เหมาะสำหรับ | ผู้ที่สามารถรับภาระผ่อนรายเดือนที่สูงกว่าได้ | ผู้ที่ต้องการลดต้นทุนรายเดือน |
ตารางการตัดจำหน่ายคืออะไร?
ตารางการตัดจำหน่าย (Amortization Schedule) คือตารางแสดงรายละเอียดการชำระเงินรายเดือนทุกงวดตลอดอายุเงินกู้ แต่ละแถวจะแยกส่วนของเงินต้นและดอกเบี้ย และแสดงยอดเงินคงเหลือ ตารางนี้จะเผยให้เห็น:
- ยอดชำระในแต่ละงวดเป็นดอกเบี้ยเท่าไหร่และลดเงินต้นเท่าไหร่
- จุดเปลี่ยนที่ยอดผ่อนเริ่มไปหักเงินต้นมากกว่าดอกเบี้ย
- การชำระเพิ่มจะช่วยให้ปิดบัญชีได้เร็วขึ้นอย่างไร
- ต้นทุนดอกเบี้ยรวม ณ จุดใดจุดหนึ่งระหว่างอายุเงินกู้
เคล็ดลับในการลดต้นทุนสินเชื่อบ้าน
- เงินดาวน์ที่มากขึ้น: การวางเงินดาวน์ 20% หรือมากกว่าจะช่วยเลี่ยงค่าประกัน PMI และลดดอกเบี้ยรวม
- เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย: ความแตกต่างเพียง 0.25% สามารถช่วยประหยัดเงินได้หลายหมื่นตลอดอายุสัญญา
- ระยะเวลาที่สั้นลง: สินเชื่อ 15 ปีมียอดผ่อนรายเดือนสูงกว่าแต่ดอกเบี้ยรวมต่ำกว่าอย่างมหาศาล
- ชำระเพิ่ม: แม้แต่การจ่ายเพิ่มเพียงหนึ่งงวดต่อปีก็สามารถลดระยะเวลาผ่อนลงได้หลายปี
- การรีไฟแนนซ์อย่างชาญฉลาด: หากอัตราดอกเบี้ยลดลงต่ำกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ การรีไฟแนนซ์อาจช่วยประหยัดเงินในระยะยาว
ฉันควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่?
การวางเงินดาวน์ทั่วไปมักจะอยู่ที่ 20% ของราคาบ้าน ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงการทำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยส่วนบุคคล (PMI) อย่างไรก็ตาม หลายโครงการยอมรับเงินดาวน์เพียง 3-5% การวางเงินดาวน์ที่มากขึ้นจะช่วยลดภาระผ่อนรายเดือน ดอกเบี้ยรวม และอัตราส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าทรัพย์สิน ใช้เครื่องคำนวณนี้เพื่อเปรียบเทียบสถานการณ์เงินดาวน์ที่แตกต่างกัน
คำถามที่พบบ่อย
คำนวณยอดผ่อนชำระรายเดือนอย่างไร?
ยอดผ่อนชำระรายเดือน (เงินต้นและดอกเบี้ย) คำนวณโดยใช้สูตรการตัดจำหน่ายมาตรฐาน: M = P × r(1+r)n / ((1+r)n - 1) โดยที่ P คือยอดเงินกู้, r คืออัตราดอกเบี้ยรายเดือน (อัตราต่อปีหารด้วย 12) และ n คือจำนวนงวดการชำระเงินทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่ามียอดชำระรายเดือนเท่ากันตลอดอายุเงินกู้
ยอดผ่อนชำระรายเดือนประกอบด้วยอะไรบ้าง?
ยอดผ่อนชำระรายเดือนมักประกอบด้วยสี่ส่วนหลักที่เรียกว่า PITI ได้แก่: เงินต้น (ส่วนที่ลดมียอดเงินกู้ของคุณ), ดอกเบี้ย (ต้นทุนในการกู้ยืม), ภาษี (ภาษีอสังหาริมทรัพย์) และประกันภัย (ประกันภัยเจ้าของบ้าน) เครื่องคำนวณนี้ช่วยให้คุณรวมทั้งสี่ส่วนเพื่อให้เห็นภาพรวมที่สมบูรณ์
ตารางการตัดจำหน่ายคืออะไร?
ตารางการตัดจำหน่ายคือตารางที่แสดงรายละเอียดการชำระเงินรายเดือนทุกงวดตลอดอายุเงินกู้ โดยจะแยกแต่ละงวดออกเป็นส่วนของเงินต้นและดอกเบี้ย และแสดงยอดเงินคงเหลือ การชำระเงินในช่วงแรกส่วนใหญ่จะเป็นดอกเบี้ย ในขณะที่ช่วงหลังจะเป็นเงินต้นเป็นส่วนใหญ่ ตารางนี้ช่วยให้คุณเข้าใจว่ายอดหนี้ลดลงอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป
ฉันควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่?
การวางเงินดาวน์ทั่วไปมักจะอยู่ที่ 20% ของราคาบ้าน ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงการทำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยส่วนบุคคล (PMI) อย่างไรก็ตาม หลายโครงการยอมรับเงินดาวน์เพียง 3-5% การวางเงินดาวน์ที่มากขึ้นจะช่วยลดภาระผ่อนรายเดือน ดอกเบี้ยรวม และอัตราส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าทรัพย์สิน ใช้เครื่องคำนวณนี้เพื่อเปรียบเทียบสถานการณ์เงินดาวน์ที่แตกต่างกัน
สินเชื่อแบบ 15 ปี หรือ 30 ปี แบบไหนดีกว่ากัน?
สินเชื่อแบบ 15 ปีมียอดผ่อนรายเดือนสูงกว่า แต่เสียดอกเบี้ยรวมต่ำกว่าอย่างมาก ส่วนแบบ 30 ปีให้ยอดผ่อนรายเดือนต่ำกว่าแต่มีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยรวมสูงกว่า ตัวอย่างเช่น เงินกู้ ฿4,500,000 ที่อัตราดอกเบี้ย 6.8% แบบ 30 ปีจะมีดอกเบี้ยประมาณ ฿6,000,000 เทียบกับประมาณ ฿2,300,000 สำหรับแบบ 15 ปี ควรเลือกตามงบประมาณรายเดือนและเป้าหมายทางการเงินของคุณ
อัตราดอกเบี้ยส่งผลต่อยอดผ่อนรายเดือนอย่างไร?
แม้การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของอัตราดอกเบี้ยก็ส่งผลกระทบอย่างมากต่อยอดผ่อนรายเดือนและต้นทุนรวม สำหรับเงินกู้ ฿4,500,000 แบบ 30 ปี ทุกๆ 0.5% ที่เพิ่มขึ้นจะเพิ่มยอดผ่อนประมาณ ฿1,300-฿1,700 ต่อเดือน และเพิ่มดอกเบี้ยรวมประมาณ ฿450,000-฿650,000 ตลอดอายุสัญญา การเปรียบเทียบหาอัตราดอกเบี้ยที่ดีที่สุดสามารถช่วยคุณประหยัดเงินได้หลายแสนบาท
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
อ้างอิงเนื้อหา หน้าหรือเครื่องมือนี้ว่า:
"เครื่องคำนวณสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบชำระเงินรายเดือน" ที่ https://MiniWebtool.com/th/เครองคำนวณสนเชอทอยอาศยแบบชำระเงนรายเดอน/ จาก MiniWebtool, https://MiniWebtool.com/
โดยทีมงาน miniwebtool อัปเดตเมื่อ: 12 ก.พ. 2026
เครื่องมืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง:
เครื่องคำนวณเงินกู้:
- เครื่องคิดเลขตัดจำหน่าย
- เครื่องคำนวณสินเชื่อรถยนต์
- เครื่องคำนวณการชำระเงินสินเชื่อรถยนต์
- เครื่องคิดเลข EMI
- เครื่องคำนวณการชำระเงินกู้
- เครื่องคำนวณสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบชำระเงินรายเดือน
- เครื่องคำนวณสินเชื่อที่อยู่อาศัย
- เครื่องคำนวณเปรียบเทียบสินเชื่อที่อยู่อาศัย
- เครื่องคำนวณรีไฟแนนซ์จำนอง ใหม่
- เครื่องคิดเลขการชำระหนี้เงินกู้การศึกษา ใหม่