ตนทนของเครองคดเลขทน
คำนวณต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้นโดยใช้แบบจำลองส่วนลดเงินปันผล (DDM) และแบบจำลองการตั้งราคาสินทรัพย์ทุน (CAPM) พร้อมสูตรทีละขั้นตอน การวิเคราะห์ความไว และการตีความแบบมืออาชีพ
ตัวบล็อกโฆษณาของคุณทำให้เราไม่สามารถแสดงโฆษณาได้
MiniWebtool ให้ใช้งานฟรีเพราะมีโฆษณา หากเครื่องมือนี้ช่วยคุณได้ โปรดสนับสนุนเราด้วย Premium (ไม่มีโฆษณา + เร็วขึ้น) หรืออนุญาต MiniWebtool.com แล้วรีโหลดหน้าเว็บ
- หรืออัปเกรดเป็น Premium (ไม่มีโฆษณา)
- อนุญาตโฆษณาสำหรับ MiniWebtool.com แล้วรีโหลด
เกี่ยวกับ ตนทนของเครองคดเลขทน
ยินดีต้อนรับสู่ ตนทนของเครองคดเลขทน เครื่องมือทางการเงินที่ครอบคลุมซึ่งคำนวณผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นต้องการจากการลงทุนโดยใช้วิธีการที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางสองวิธี: Dividend Discount Model (DDM) และ Capital Asset Pricing Model (CAPM) ไม่ว่าคุณจะวิเคราะห์โอกาสในการลงทุน ประเมินมูลค่าบริษัท หรือตัดสินใจเรื่องงบประมาณลงทุน เครื่องคิดเลขนี้จะให้การวิเคราะห์ระดับมืออาชีพพร้อมการแจกแจงแบบทีละขั้นตอน
ต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้น (Cost of Equity) คืออะไร?
ต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้นหมายถึง ผลตอบแทนที่นักลงทุนต้องการ สำหรับการจัดหาเงินทุนให้แก่บริษัท ซึ่งสะท้อนถึงค่าเสียโอกาสของการลงทุนในหุ้นเฉพาะตัวแทนที่จะเป็นการลงทุนอื่นๆ ที่มีลักษณะความเสี่ยงใกล้เคียงกัน ต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้นเป็นองค์ประกอบสำคัญใน:
- ต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC): ใช้ในแบบจำลองการประเมินมูลค่า DCF
- งบประมาณลงทุน: ประเมินว่าโครงการต่างๆ ให้ผลตอบแทนตามที่กำหนดหรือไม่
- การประเมินมูลค่าหุ้น: การกำหนดมูลค่ายุติธรรมผ่านแบบจำลองส่วนลดเงินปันผล
- การวัดผลการดำเนินงาน: ประเมินว่าบริษัทสร้างผลตอบแทนที่เพียงพอหรือไม่
วิธีการคำนวณ
Dividend Discount Model (DDM)
หรือที่รู้จักในชื่อ Gordon Growth Model โดย DDM ประมาณการต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้นตามเงินปันผลที่คาดหวังและการเติบโตของเงินปันผล:
โดยที่:
- Ke = ต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้น
- D1 = เงินปันผลต่อหุ้นที่คาดหวัง (ในปีหน้า)
- P0 = ราคาหุ้นปัจจุบัน
- g = อัตราการเติบโตของเงินปันผล
เหมาะสำหรับ: บริษัทที่เติบโตเต็มที่และมีนโยบายเงินปันผลที่มั่นคงและคาดการณ์ได้ (สาธารณูปโภค, สินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน, REITs)
Capital Asset Pricing Model (CAPM)
CAPM ประมาณการต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้นตามความเสี่ยงที่เป็นระบบซึ่งวัดโดยค่าเบต้า:
โดยที่:
- Ke = ต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้น
- Rf = อัตราผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยง (โดยทั่วไปคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี)
- β = เบต้า (การวัดความเสี่ยงที่เป็นระบบ)
- Rm = ผลตอบแทนของตลาดที่คาดหวัง
- (Rm - Rf) = ส่วนชดเชยความเสี่ยงของตลาดหุ้น (Equity Risk Premium)
เหมาะสำหรับ: หุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทุกประเภท โดยเฉพาะบริษัทที่เน้นการเติบโตซึ่งไม่มีการจ่ายเงินปันผล
การทำความเข้าใจค่าเบต้า (Beta)
เบต้าวัดความผันผวนของหุ้นเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม:
| ค่าเบต้า | การตีความ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| β < 1 | ผันผวนน้อยกว่าตลาด, หุ้นเชิงรับ (Defensive) | สาธารณูปโภค, สินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน |
| β = 1 | เคลื่อนไหวไปพร้อมกับตลาด | กองทุนดัชนีที่มีการกระจายความเสี่ยง |
| β > 1 | ผันผวนมากกว่าตลาด, หุ้นเชิงรุก (Aggressive) | หุ้นเทคโนโลยี, หุ้นเติบโต |
| β < 0 | เคลื่อนไหวสวนทางกับตลาด (พบได้ยาก) | ทองคำ, เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงบางประเภท |
ช่วงต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้นโดยทั่วไป
| ประเภทบริษัท | ช่วงโดยทั่วไป | ลักษณะสำคัญ |
|---|---|---|
| หุ้น Blue Chips ขนาดใหญ่ | 6% - 10% | กำไรสม่ำเสมอ, เบต้าต่ำ, ตลาดมีความมั่นคง |
| หุ้นเติบโตขนาดกลาง | 10% - 14% | ศักยภาพการเติบโตสูงขึ้น, ความเสี่ยงปานกลาง |
| หุ้นขนาดเล็ก / หุ้นเติบโตสูง | 14% - 20% | ความผันผวนสูงกว่า, ธุรกิจกำลังเกิดใหม่ |
| ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) | 12% - 25% | ความเสี่ยงของประเทศ, ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน, ความเสี่ยงทางการเมือง |
DDM vs CAPM: ควรใช้แต่ละวิธีเมื่อใด
| ปัจจัย | DDM | CAPM |
|---|---|---|
| นโยบายเงินปันผล | ต้องการเงินปันผลที่สม่ำเสมอ | ใช้ได้กับหุ้นทุกประเภท |
| ระยะการเติบโต | บริษัทที่มั่นคงและอิ่มตัว | ทุกระยะ รวมถึงระยะเติบโต |
| ข้อมูลที่ต้องการ | ประวัติเงินปันผล, อัตราการเติบโต | เบต้า, อัตราปราศจากความเสี่ยง, ผลตอบแทนตลาด |
| ข้อสมมติฐาน | อัตราการเติบโตคงที่ตลอดไป | ค่าเบต้าสะท้อนความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ |
| ข้อจำกัด | ไม่สามารถใช้กับหุ้นที่ไม่จ่ายเงินปันผล | ค่าเบต้าอาจไม่เสถียรเมื่อเวลาผ่านไป |
คำแนะนำมือโปร: สำหรับบริษัทที่จ่ายเงินปันผล ให้คำนวณโดยใช้ทั้งสองวิธีและเปรียบเทียบผลลัพธ์ หากแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ให้ตรวจสอบสาเหตุและพิจารณาใช้ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก
วิธีใช้งานเครื่องคิดเลขนี้
- เลือกวิธีของคุณ: เลือก DDM สำหรับหุ้นที่จ่ายเงินปันผล, CAPM สำหรับหุ้นใดๆ หรือเลือก 'ทั้งคู่' เพื่อการวิเคราะห์ที่ครอบคลุม
- ป้อนข้อมูลที่จำเป็น: สำหรับ DDM: เงินปันผลที่คาดหวัง, ราคาปัจจุบัน, อัตราการเติบโต สำหรับ CAPM: อัตราปราศจากความเสี่ยง, เบต้า, ผลตอบแทนตลาด
- ตรวจสอบผลลัพธ์: พิจารณาต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้นที่คำนวณได้ การแจกแจงแบบละเอียด และการวิเคราะห์ความอ่อนไหว
- ตีความสิ่งที่พบ: ใช้คู่มือการตีความเพื่อทำความเข้าใจว่าผลลัพธ์มีความหมายอย่างไรต่อการตัดสินใจลงทุนของคุณ
คำถามที่พบบ่อย
ต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้น (Cost of Equity) คืออะไร?
ต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้นคือผลตอบแทนที่บริษัทต้องใช้ในการตัดสินใจว่าการลงทุนนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดผลตอบแทนของเงินทุนหรือไม่ มันเป็นตัวแทนของค่าตอบแทนที่ตลาดต้องการเพื่อแลกกับการเป็นเจ้าของสินทรัพย์และรับความเสี่ยงของการเป็นเจ้าของ ต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้นใช้ในการเงินธุรกิจเพื่อประเมินการลงทุนและในแบบจำลองการประเมินมูลค่า เช่น การวิเคราะห์ DCF
สูตร Dividend Discount Model (DDM) สำหรับต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้นคืออะไร?
สูตร DDM คือ: ต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้น = (เงินปันผลต่อหุ้นที่คาดหวัง / ราคาหุ้นปัจจุบัน) + อัตราการเติบโตของเงินปันผล แบบจำลองนี้เรียกอีกอย่างว่า Gordon Growth Model และใช้งานได้ดีที่สุดสำหรับบริษัทที่มีความมั่นคงและมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอ
สูตร CAPM สำหรับต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้นคืออะไร?
สูตร CAPM คือ: ต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้น = อัตราผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยง + Beta × (ผลตอบแทนของตลาด - อัตราผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยง) คำว่า (ผลตอบแทนของตลาด - อัตราผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยง) เรียกว่า ส่วนชดเชยความเสี่ยงของตลาดหุ้น (Equity Risk Premium) CAPM ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายเนื่องจากพิจารณาถึงความเสี่ยงที่เป็นระบบผ่านค่าเบต้า
ควรใช้ DDM หรือ CAPM เมื่อใด?
ใช้ DDM สำหรับบริษัทที่มีความมั่นคงและมีการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอและคาดการณ์ได้ ใช้ CAPM สำหรับบริษัทที่เน้นการเติบโตซึ่งไม่จ่ายเงินปันผลหรือมีรูปแบบการจ่ายเงินปันผลที่ไม่แน่นอน นักวิเคราะห์หลายคนคำนวณทั้งสองวิธีและใช้ค่าเฉลี่ยหรือการถ่วงน้ำหนักรวมกันเพื่อให้ได้ค่าประมาณที่แม่นยำยิ่งขึ้น
ช่วงของต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้นโดยทั่วไปคือเท่าใด?
ต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้นโดยทั่วไปจะอยู่ในช่วง 8% ถึง 15% สำหรับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ ค่าที่ต่ำกว่า (6-10%) มักพบในบริษัทขนาดใหญ่ที่มั่นคง (large-cap) ในขณะที่ค่าที่สูงกว่า (12-20%) จะใช้กับหุ้นเติบโต หุ้นขนาดเล็ก หรือบริษัทในตลาดเกิดใหม่ที่มีระดับความเสี่ยงสูงกว่า
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
- เครื่องคำนวณ CAPM - คำนวณผลตอบแทนที่คาดหวังโดยใช้ Capital Asset Pricing Model
- เครื่องคำนวณ WACC - คำนวณต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก
- Cost of Equity - Wikipedia
- CAPM - Wikipedia
อ้างอิงเนื้อหา หน้าหรือเครื่องมือนี้ว่า:
"ตนทนของเครองคดเลขทน" ที่ https://MiniWebtool.com/th/ตนทนของเครองคดเลขทน/ จาก MiniWebtool, https://MiniWebtool.com/
โดยทีมงาน miniwebtool อัปเดตเมื่อ: 29 ม.ค. 2026
เครื่องมืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง:
เครื่องคำนวณการลงทุน:
- เครื่องคำนวณ-black-scholes ใหม่
- ใชเครองคดเลขทน
- เครื่องคิดเลขการออมเงินแบบทบต้น ใหม่
- ตนทนของเครองคดเลขทน
- เครื่องคำนวณ Fibonacci Retracement
- เครื่องคิดเลข IRR ใหม่
- เครื่องคำนวณ NPV ใหม่
- เครื่องคำนวณกำไรออปชั่น ใหม่
- เครื่องคิดเลขระยะเวลาคืนทุน ใหม่
- เครื่องคิดเลขออมทรัพย์
- เครื่องคิดเลขอัตราส่วนความคุ้มค่า
- เครื่องคิดเลข WACC
- เครื่องคำนวณกำไรจากการขายชอร์ต ใหม่
- เครื่องคำนวณส่วนขยายฟีโบนักชี ใหม่
- เครื่องคำนวณ Stop Loss & Take Profit ใหม่